โชโร (หอระฆัง)
โชโร (หอระฆัง)
โชโร หรือ หอระฆัง คือระฆังที่แขวนไว้ภายในบริเวณวัด โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการบอกเวลา หอระฆังเดิมได้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2372 ต่อมา ในปี พ.ศ. 2408 หอระฆังถูกเผาทำลายในเหตุอัคคีภัย จึงได้มีการก่อสร้างใหม่ในปี พ.ศ. 2413 และอยู่จนถึงปัจจุบัน ในระหว่างเสาของหอระฆังม
แผ่นกระดานที่เป็นรูปแกะสลักรูปใบไม้ โดยที่คิบานะ (ส่วนปลายของเสา) ได้มีการสลักเป็นรูปจำพวกช้างหรือสิงโต ซึ่งนับเป็นวิธีการออกแบบลวดลายอย่างบรรจง อีกทั้งหอระฆังในช่วงแรกนั้นจะใช้ฟางในการมุงหลังคา ซึ่งได้เปลี่ยนหลังคาเป็นแผ่นทองแดงในปี พ.ศ. 2497 นอกจากนี้ ที่ส่วนฐานของหอระฆังนั้นยังใช้ไห 3 อัน ฝังลงเป็นฐาน เพื่อให้เวลาตีแล้วเกิดเสียงสะท้อนกังวาล โดยใช้ฝาเป็นแผ่นเหล็กเจาะรู เนื่องจากจะเป็นวิธีที่เพิ่มคุณภาพของเสียงสะท้อน
ในปัจจุบัน ระฆังที่อยู่ในหอระฆังของวัดจินไดจินี้ เป็นระฆังที่ถูกหล่อขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ. 2544 เนื่องจากระฆังเดิมเสื่อมสภาพ โดยที่ระฆังเดิมนั้นถูกสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1919 หรือในช่วงปลายยุคคามาคุระ ทำให้หอระฆังแห่งนี้เป็นสิ่งที่มีอายุเก่าแก่เป็นอันดับที่ 3 ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงโตเกียว และนับเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติญี่ปุ่นเนื่องจากเป็นระฆังที่ถูกใช้งานนานที่สุดนับตั้งแต่หลอมระฆังมา อนึ่ง ระฆังใหม่ที่ถูกสร้างมาในยุคเฮเซนี้ ยังถูกขนานนามว่า "เฮเซชินโช (ระฆังใหม่แห่งเฮเซ)"
ระฆังวัดจินไดจินั้น จะถูกตีเพื่อบอกเวลาแก่คนท้องถิ่น ในช่วงฤดูร้อน เวลาตีห้า สิบเอ็ดโมงครึ่ง และหกโมงเย็น ในช่วงฤดูหนาว เวลาหกโมงเช้า สิบเอ็ดโมงครึ่ง และห้าโมงเย็น นอกจากนี้ยังเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปตีระฆังได้ในช่วงวันสิ้นปี (31 ธันวาคม)
ในปี พ.ศ. 2465 มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นในสมัยนั้น ซึ่งต่อมาเป็นจักรพรรดิโชวะ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนวัดจินไดจิ ซึ่งพระองค์ได้ทรงมีพระดำรัสเกี่ยวกับหอระฆังว่า “หากเป็นของเก่าก็ควรจะเก็บรักษาไว้ให้ดี” ต่อมาในปลายสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบเหล็กเพื่อนำไปใช้ผลิตเป็นกระสุนปืนใหญ่ จึงมีมาตรการในการยึดระฆังจากวัดเพื่อนำไปใช้หลอมทำกระสุน อย่างไรก็ตาม ระฆังที่วัดจินไดจิแห่งนี้นั้นได้ถูกยกเว้น และใม่ถูกยึดระฆังไป