พระวิหารชากะโด
พระวิหารชากะโด


วิหารชากะโดนี้สร้างขึ้นมาใหม่เมื่อปี 1976 (ปีโชวะที่ 51) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปชากะเนียวไร (ศากยมุนี) ปางห้ามมาร (พระพุทธรูปฮาคุโอบุทสึ) ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสมบัติของชาติ
พระพุทธรูปฮาคุโฮบุทสึนี้สร้างขึ้นในสมัยศิลปะญี่ปุ่นที่ชื่อว่าฮาคุโฮ ซึ่งอยู่ในยุคอาสึกะตอนปลาย (592~710) สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเป็นพระประธานเมื่อครั้งที่สร้างวัดจินไดจิเมื่อปีเท็มเปียวที่ 5 (733)
พระพุทธรูปฮาคุโฮเป็นพระพุทธรูปทองแดงเคลือบทองคำขนาดใหญ่ มีความสูง 83.5 เซนติเมตรและมีความสูงจากพระที่นั่ง 60.6 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออก จึงมีชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่น

ทองคำที่เคลือบพระพุทธรูปนี้ได้หลอมละลายจากการถูกไฟไหม้จนเกือบหมดสิ้น แต่ยังคงมีลักษณะเด่นของศิลปะสมัยฮาคุโฮให้เราได้เห็นกันทั้งลายเส้นจากพระขนง (คิ้ว) ที่ลงมาจรดที่พระนาสิก (จมูก), ลายจีบจีวรที่ขนานเสมอกัน และโครงสร้างพระวรกายที่กระชับพอดี
นอกจากนี้ พระพุทธรูปนี้ยังมีลักษณะของลายจีบจีวรที่สับหว่างตรงพระชงฆ์, ลายจีบจีวรรูปทรงสามเหลี่ยมตรงระหว่างพระบาท และลายจีบของชายจีวรที่เหมือนกับของพระพุทธรูปชินยาคุชิแห่งวัดชินยาคุชิจิ (จังหวัดนาระ) และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (กวนอิม) ปางยูเมะทะไกแห่งวัดโฮริวจิ (จังหวัดนาระ) ซึ่งล้วนแต่สร้างขึ้นในสมัยฮาคุโฮ พระพุทธรูปทั้งสามพระองค์นี้จึงถือเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอกแห่งสมัยศิลปะและได้รับการขนานนามว่า "พระพุทธรูปฮาคุโฮสามพระองค์"
พระพุทธรูปนี้ได้รับการยกสถานะจากสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมให้เป็นสมบัติของชาติเมื่อปีเฮเซย์ที่ 29 (2017)
วิหารชากะโดสร้างขึ้นเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อป้องกันพระพุทธรูปองค์สำคัญนี้จากอัคคีภัยและการลักขโมย และได้สร้างขึ้นเป็นอาคารพื้นสูงเพื่อป้องกันความชื้นที่อยู่ในพื้นดินเป็นปริมาณมาก