การบรรยายโดยผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ (เนื้อหา)

พิพิธภัณฑ์สิงโตเชิด (SHISHIMAI MUSEUM) เป็นสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว ก่อตั้งโดยยูอิจิ ทาคาฮาชิ (เกิดปี1949) ในปี 1993 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดแสดงวัฒนธรรมการเชิดสิงโตที่หลากหลายรูปแบบอย่างเป็นรูปธรรม
(โดยมี "พิพิธภัณฑ์สิงโตเชิดขนาดเล็ก" ถูกเปิดขึ้นมาก่อนในปี 1988)
ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ทาคาฮาชิได้รับแรงบันดาลใจจากของสะสมของคุณคิโยชิ ทานากะ (1915-91) ผู้เป็นรุ่นพี่ในที่ทำงาน, ในปี 1981 ก็เริ่มสะสมของเล่นสิงโตในท้องถิ่นอย่างจริงจัง ต่อมาในปี 1982 ก็ได้รับอุปกรณ์เชิดสิงโตจากเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน
จากนั้นจึงเริ่มมีความสนใจในสิงโตเชิดมากขึ้น
วัฒนธรรมการเชิดสิงโตมีพื้นเพมาจาก, ยุคเปอร์เซียโบราณ ผู้ปกครองมักจะออกล่า "สิงโต" ซึ่งมีอยู่มากมายในเวลานั้นเพื่อเป็นการแสดงอำนาจต่อประชาชน นอกจากนั้นสิงโตในฐานะราชาแห่งสรรพสัตว์ยังได้รับการบูชาฐานะเทพผู้พิทักษ์ "SHINHA" อีกด้วย, จากนั้นเรื่องราวก็ถูกเล่าผ่านการบันทึกต่างๆ เช่น ภาพนูนต่ำนูนสูงบนภาชนะ บัลลังก์ หรือบนกำแพงปราสาท
วัฒนธรรมนี้ได้ขยายไปทางทิศตะวันออก ในอินเดียโบราณและจีนโบราณ ผู้คนเริ่มคิดค้นการแสดงที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสิงโต และ "การเชิดสิงโต" (SHISHIMAI/Liondance) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น, ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันออก
หากว่ากันตาม "นิฮงโชกิ" แล้ว ที่ญี่ปุ่น ในปีที่ 20 ของจักรพรรดิซุยโกะ (612) ในการส่งผ่าน "กิกะคุ/GIGAKU" ให้กับ "อาสุกะโนะมิยาโกะ" โดยมิมาจิแห่งคุดาระนั้น มีสิงโตเชิดรวมอยู่ด้วยจึงมีการสืบต่อกันมานับแต่นั้น ทำให้มีประวัติยาวนานเกินกว่า 1,400 ปี
หลังจากนั้น การเชิดสิงโตก็ได้รวมอยู่ใน "บุกักคุ/BUGAKU", "เด็นกักคุ/DENGAKU" ฯลฯ และแพร่หลายไปทั่วประเทศ
ในญี่ปุ่น นอกเหนือจาก "ฟุตาริดาจิ" (การเลียนแบบสิงโตทั้งสี่ขา) ซึ่งเป็นสิงโตเชิดแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมี "ทะซือดาจิ" ที่เน้นการแสดงโดยคนจำนวนมาก และ "ฮิโตริดาจิ" ซึ่งแพร่ขยายจากภูมิภาคคันโตไปยังภูมิภาคโทโฮคุ ฯลฯ ที่ถูกสืบทอดต่อไปยังทั่วทุกจังหวัดอีกด้วย
รูปแบบก็มีหลากหลายและเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และนิทานพื้นบ้านของแต่ละภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง
นอกจากนี้ "สิงโตชิชิ" จากภูมิภาคคันโตถึงภูมิภาคโทโฮคุก็ไม่ได้จำลองมาจากสิงโต แต่ถือเป็นจิตวิญญาณโดยรวมของกวาง หมี หมูป่า กูรำ ฯลฯ ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น
สิงโตเชิดชิชิไมโดยทั่วไปจะประกอบด้วยสิงโตที่กำลังอาละวาดและคนที่ทำให้มันอยู่ในอาณัติ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย และชำระล้างบริเวณที่สิงโตอาศัยอยู่ให้บริสุทธิ์ จึงทำการร่ายรำเพื่อเพื่ออธิษฐานขอความสงบสุขในพื้นที่ที่สิงโตอยู่
แม้ว่ารูปแบบจะแตกต่างกัน แต่วัตถุประสงค์และรูปแบบของการเชิดสิงโตนั้นเหมือนกัน และเสียง "S" ของ "การเชิดสิงโต" นั้นก็เหมือนกันทั่วโลกด้วย
ตั้งแต่ปี 1998 ถึง 2012 พิพิธภัณฑ์ของเราได้ร่วมมือกับ "เทศกาลสิงโตเชิดแห่งชาติ" ซึ่งจัดทัวร์ไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงเสน่ห์ของการเชิดสิงโตหลากหลายรูปแบบผ่านการแสดงเชิดสิงโตที่สืบทอดมาจากแต่ละพื้นที่ แต่น่าเสียดายที่ต้องมีการเลิกไปกลางคัน แล้วตั้งแต่ปี 2015 เราจึงได้จัดงาน "เทศกาลสิงโตเชิดทั่วประเทศ" ขึ้นเองที่ศูนย์กลางชุมชนในเมืองชิราโอกะซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สิงโตเชิด
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา เรามีการจัด "การประชุมสัมมนาสิงโตเชิดทั่วประเทศ" ขึ้นเป็นครั้งคราวด้วย พร้อมกันนั้นตั้งแต่ปี 2007 ก็มีการจัด "พิธีมอบรางวัลพิพิธภัณฑ์สิงโตเชิด" ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีส่วนสำคัญในการสืบทอดและพัฒนาวัฒนธรรมการเชิดสิงโต
อนึ่ง พิพิธภัณฑ์มีการเชื่อมความสัมพันธ์กับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเชิดสิงโตและช่างฝีมือในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงมุ่งมั่นที่จะแนะนำวัฒนธรรมการเชิดสิงโตในพื้นที่ต่างๆ ไปพร้อมกับเผยแพร่บนสื่อต่างๆ ตลอดทั้งปีอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีการแนะนำวัฒนธรรมการเชิดสิงโตในกรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี), บอสตัน (สหรัฐอเมริกา), มาดริด (สเปน), ซานเจมินี (อิตาลี), ปราก (สาธารณรัฐเช็ก), โซล (เกาหลี), อันดง (เกาหลี), เว้ (เวียดนาม) เป็นต้น
และมีการจัดพิมพ์บันทึกกิจกรรมปีละสองครั้งสำหรับสมาชิกในชื่อ "ข่าวพิพิธภัณฑ์สิงโตเชิด"
ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สิงโตเชิด ยูอิจิ ทาคาฮาชิ