ศาลเจ้าอิทสึคุชิมะจินจะ
ศาลเจ้าอิทสึคุชิมะจินจะ
ศาลเจ้าอิทสึคุชิมะจินจะ เป็นศาลเจ้าที่บูชาเทพเจ้าเจ้าหญิงอิชิคิชิมะ (อิชิคิชิมะฮิเมะโนะมิโคะโตะ)
ทั่วประเทศจะมีศาลเจ้าที่ใช้ชื่อ "อิทสึคุชิมะ" อยู่ประมาณ 500 แห่ง และศาลเจ้าหลักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม คือ ศาลเจ้าอิทสึคุชิมะแห่งเมืองฮัทสึไคชิ จังหวัดฮิโรชิมะนี่เอง
* เทพเจ้าเจ้าหญิงอิชิคิชิมะ เป็นเทพเจ้าแห่งสายน้ำที่มีบันทึกไว้ในเรื่องเล่าเทพเจ้าของประเทศญี่ปุ่น ผู้คนนิยมมาเคารพบูชาในบ่อน้ำภายในบริเวณศาลเจ้ากันมาก
ศาลเจ้าอิทสึคุชิมะของศาลเจ้าใหญ่ในมิชิมะเคยเป็นสถานที่ที่มาซาโคะ โฮโจใช้สวดบูชาการมาเยือนของเทพเจ้า ซึ่งยังคงเป็นที่เล่าขานต่อกันมาในความศรัทธาอย่างแรงกล้า
* การสวดบูชาการมาเยือนของเทพเจ้า คือ การสวดบูชาแบบใหม่ในศาสนาชินโตจากพื้นดินที่อยู่ห่างไกลไปยังเทพเจ้าที่คุ้มครองศาลเจ้า ตั้งแต่โบราณมาสิ่งสำคัญที่สุดที่เมื่อเวลาเทพเจ้าเจ้าหญิงอิชิคิชิมะมาเยือนแล้วนั้น จะนำพาความรุ่งเรืองมาสู่ครัวเรือน กิจการมั่งคั่ง ทำให้ผู้หญิงคลอดบุตรง่าย ถือเป็นเทพเจ้าแห่งการเย็บผ้า และนำพาผลประโยชน์มาให้
บ่อน้ำที่ตั้งอยู่ทั้ง 2 ข้างของทางเดินเข้าศาลเจ้าจากโทริอิใหญ่ต่อเนื่องมาประมาณ 100 เมตรนั้นเรียกว่า "ชินจิ" ว่ากันว่าในสมัยคามาคุระ โชกุนมินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะเคยจัดพิธีปล่อยสัตว์ ณ บ่อน้ำแห่งนี้
* พิธีปล่อยสัตว์ คือ พิธีการปล่อยนกและสัตว์ป่า หรือปลาบนพื้นฐานความเชื่อในเรื่องศีล 5 ของศาสนาพุทธ
ศีล 5 คือ ข้อห้าม 5 ข้อที่ผู้นับถือศาสนาพุทธจำเป็นที่จะต้องครองไว้ มีดังนี้
1. ห้ามเอาชีวิต : ห้ามฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย
2. ห้ามลักขโมย : ห้ามขโมยของผู้อื่น
3. ห้ามประพฤติผิดในกาม : ห้ามผิดประเวณีมีสัมพันธ์เชิงชู้สาว
4. ห้ามพูดปด : ห้ามพูดโกหก
5. ห้ามดื่มสุรา : ห้ามดื่มของมึนเมา
โคมไฟที่วางอยู่ด้านหน้าอาคารหลักของศาลเจ้าเรียกว่า "รังเคโทโร"
สะพานสีแดงสดที่ข้ามจากทางเดินไปยังศาลเจ้านั้น สามารถมองเห็นปลาคาร์ปขนาดใหญ่ที่ว่ายอยู่อย่างสง่างามในบ่อน้ำได้ หากโชคดีก็จะได้เห็นนก (คาวะเซมิ) ของเมืองมิชิมะด้วย
นอกจากนี้ ในฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกซากุระเบ่งบานงดงาม สามารถเพลิดเพลินกับความกลมกลืนระหว่างตัวอาคารศาลเจ้าและสะพานสีแดงสดกับสีชมพูของดอกซากุระได้