พื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะ: ประวัติศาสตร์ของอาหารพื้นบ้าน "เฮชิโกะ" และถนน "ซาบะไคโด"


พื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะ สถานที่ที่จะใช้เวลาในการเดินทางจากโตเกียวไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เส้นทางส่วนต่อขยายของรถไฟโฮคุริคุชินคังเซ็นเริ่มให้บริการในฤดูใบไม้ผลิปี 2024 ท่านจะได้ชมภาพของพื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะและอ่าววาคาซะอันกว้างใหญ่ที่สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คท่ามกลางอากาศปลอดโปร่ง
นอกจากนี้ ท่านจะได้พบกับอาหารพื้นบ้าน “เฮชิโกะ” ที่ทำด้วยวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่และถนน “ซาบะไคโด” ที่มีเสน่ห์รวมกันทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติ เป็นสถานที่ที่เมื่อได้ลองมาเยือนสักครั้งหนึ่งแล้วท่านจะจดจำไปโดยไม่รู้ลืม


สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์ค: ทิวทัศน์พานอรามาที่มีภาพของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะและอ่าววาคาซะ

สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คเป็นสถานที่ชมวิวยอดนิยมที่มีทิวทัศน์ของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะและอ่าววาคาซะ โดยเปิดตัวในรูปโฉมใหม่ ณ เดือนเมษายน 2020 มีจุดเด่นเป็นระเบียงลอยฟ้าที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์, ทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง

ได้เวลาผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ ! การเดินทางไปยังเมาท์เทน พีค ปาร์คเพื่อชมทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ

"ป้ายทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ อีกฟากหนึ่งของป้ายคือทะเลสาบและท้องฟ้าสีฟ้าสดใส"
การเดินทางไปยังสวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คนั้นเริ่มต้นจากการเหินฟ้าด้วยลิฟต์และเคเบิลคาร์ ลิฟต์ที่เปิดโล่งจะทำให้ท่านได้รับลมและชื่นชมกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันกว้างใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ส่วนเคเบิลคาร์นั้นจะมีทิวทัศน์ของธรรมชาติทั้งสี่ฤดูให้ได้ชมและจะพาท่านไปยังยอดเขาอย่างปลอดภัย
การเหาะไปยังยอดเขานี้จะทำให้ผู้มาเยือนมีความทรงจำแสนวิเศษเป็นอย่างยิ่ง

ภาพของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะที่มองจากลิฟต์
ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะมีทิวทัศน์โดยรอบที่จะแปรเปลี่ยนอย่างช้า ๆ และภาพของตัวเมืองที่เล็กลงไปถนัดตา ก่อให้เกิดทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่
ทะเลสาบมิคาตะทั้งห้าห้อมล้อมด้วยภูเขาทั้งสามทิศสมดังชื่อ “มิคาตะ (สามทิศ)” มีทะเลสาบห้าแห่งที่มีบรรยากาศแปรเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและสภาพอากาศ โดยมีสีน้ำเงินและสีเขียวสดใสที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับพลังของธรรมชาติ
ทิวทัศน์ของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ
เมื่อมาถึงยอดเขาแล้ว ท่านจะได้พบกับทิวทัศน์อันงดงามชวนตะลึงของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ ลมที่พัดและแสงที่สาดส่องบนผืนทะเลสาบก่อให้เกิดภาพอันงดงามราวกับภาพวาด บรรยากาศในแต่ละฤดูที่ทะเลสาบช่วยให้ผู้มาเยือนมีจิตใจที่สงบและเยือกเย็น

ชมวิวแสนวิเศษที่ระเบียงลอยฟ้าที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ

สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คมีระเบียง 5 แห่งในคอนเซ็ปต์ “ระเบียงลอยฟ้าเหนือทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ” โดยแต่ละแห่งจะมีลักษณะเด่นแตกต่างกันไป


(1) ระเบียงมิฮามะ (จุดชมวิวฝั่งตะวันออก)
บ่อแช่เท้าลอยฟ้า
จากระเบียงแห่งนี้ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์ของอ่าววาคาซะและทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ ทั้งยังมีบ่อแช่เท้าและระเบียงโต๊ะเคาน์เตอร์ให้ได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติแบบสบาย ๆ ทำให้ระเบียงแห่งนี้เป็นที่ชื่นชมจากคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติจนได้รับรางวัลคูลเจแปนอวอร์ดปี 2019


(2) ระเบียงวาคาซะ (จุดชมวิวฝั่งตะวันตก)
“ทิวทัศน์จากจุดชมวิว”
ที่ระเบียงแห่งนี้มีทิวทัศน์ของทะเลสาบมิคาตะ, ทะเลสาบซุยเก็ตสึ และทะเลสาบสึกะ รวมถึงคาบสมุทรทังโกะในยามที่อากาศแจ่มใส มีกิจกรรมโยนจานคาวาราเกะ (จานดินเผาที่เผาโดยไม่ได้ทาสารเคลือบ) ที่เป็นเครื่องรางญี่ปุ่นยุคโบราณลงทะเลสาบให้ทุกท่านได้เข้าร่วม
“คาวาราเกะนาเกะ” หรือการโยนจานคาวาราเกะมีที่มาจากตำนานไดเท็งงุที่อาศัยอยู่บนภูเขาไบโจดาเกะแห่งนี้ ซึ่งไดเท็งงุตนนี้มีพละกำลังมหาศาลจนเป็นที่รู้จักกันดี ทั้งยังมีจิตเมตตาพร้อมรับฟังคำขอจากผู้คนที่มีเรื่องเดือดร้อน ในยามที่เท็งงุมิได้ปรากฏตัว ผู้คนในหมู่บ้านที่เชื่อว่าเท็งงุอาศัยอยู่บนที่สูงจะนำจานคาวาราเกะสำหรับเซ่นเหล้าโยนขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับอธิษฐาน ซึ่งธรรมเนียมดังกล่าวเป็นจุดกำเนิดของ "คาวาราเกะนาเกะ" ในปัจจุบัน


(3) ระเบียงโกโค (จุดชมวิวฝั่งใต้)
โซฟาทรงกลมและร่มสีรุ้ง
เก้าอี้สองที่นั่งสำหรับชมทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ
ระเบียงแห่งนี้มีทิวทัศน์ของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะให้ได้ชมแบบสบาย ๆ ด้วยโซฟาทรงกลมและระเบียงโต๊ะเคาน์เตอร์แสนสบาย


(4) ระเบียงจูโอ (จุดชมวิวฝั่งเหนือ)
ทิวทัศน์จากระเบียงไม้
ระเบียงแห่งนี้มีทิวทัศน์ของแหลมเอจิเซ็น, คาบสมุทรสึรุงะ และคาบสมุทรสึเนะกามิ รวมถึงมีระเบียงไม้และคาเฟ่ยอดเขา "นานาอิโระ" ให้ได้ผ่อนคลาย


(5) ระเบียงจายะ (จุดชมวิวฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ)
ด้านนอกของคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น "โกโคอัน"
ดังโงะปิ้ง
จุดชมวิวแห่งนี้มีทิวทัศน์ของคาบสมุทรทังโกะ มีชาเขียวมัทฉะและดังโงะปิ้งจากคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น “โกโคอัน” ให้ได้รับประทานไปพร้อมกับการชมทิวทัศน์
ระเบียงทั้งห้าแห่งนี้มีความสวยงามของธรรมชาติให้ได้สัมผัสด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า เหมาะสำหรับการชมวิวทิวทัศน์ภายใต้บรรยากาศอันเงียบสงบ

เที่ยวสบายแม้ในวันฝนตกด้วยร่มสีรุ้ง

ร่มสีรุ้งสดใสให้เช่า
สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คมีร่มสีรุ้ง (กันฝนและกันแดด) สำหรับทุกสภาพอากาศให้เช่าฟรี ให้ทุกท่านได้เที่ยวชมยอดเขาแบบสบาย ๆ ทั้งในวันที่แดดแรงหรือวันที่ฝนตก

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก สถานที่ที่จะทำให้คู่รักผูกพันกันมากขึ้น

ระฆังแห่งความสุข ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก
สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คมี “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก” ซึ่งเป็นจุดรับพลังเพื่อการสมหวังในเรื่องความรักที่ประกอบด้วยสถานที่แสนวิเศษหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าวาโกที่เป็นศาลเจ้าแบบ “อิจิฉะเรียวไฮ (ศาลเจ้าที่สามารถไหว้ได้ทั้งสองด้าน)” และ “ระฆังแห่งความสุข” สำหรับคู่รัก

【“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก”: สถานที่ท่องเที่ยวแสนโรแมนติก】
"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโรแมนติกที่มีอยู่หลายแห่งญี่ปุ่นและเหมาะสำหรับการเดตของคู่รักและคู่หมั้น สำหรับหลักเกณฑ์นั้นจะคัดเลือกจากบรรยากาศที่โรแมนติก, สภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การขอแต่งงาน และการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยมีหลากหลายรูปแบบ เช่น พื้นที่ริมทะเลหรือพื้นที่ภูเขาที่มีธรรมชาติอันสวยงามให้ได้ชม, เมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้ได้สัมผัส และสถานที่สมัยใหม่ที่มีความงามของศิลปะและสถาปัตยกรรมให้ได้สัมผัส
สถานที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเด่นอย่างเช่นป้ายที่มีข้อความสำหรับขอแต่งงานหรือคู่มือแนะนำจุดที่เหมาะสมสำหรับคู่รัก ซึ่งจะสร้างประสบการณ์แสนวิเศษสำหรับผู้มาเยือน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รักเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การสร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมสำหรับคู่รักที่จะขอแต่งงานหรือต้องการใช้ช่วงเวลาอันโรแมนติก

สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์ค แหล่งพักผ่อนอันล้ำค่า

สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คเป็นสถานที่ที่มีทั้งธรรมชาติ, ความกลมกลืน และความเงียบสงบ พร้อมด้วยทิวทัศน์อันเงียบสงบของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะให้ได้ท่านพักผ่อนจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ สถานที่อันสวยงามแห่งนี้จะทำให้ท่านได้ประสบการณ์ที่จดจำได้ไม่มีวันลืม

สถานที่


เว็บไซต์

◆ สมาคมการท่องเที่ยวมิคาตะโกโค-วาคาซะ-มิฮามะ


เฮชิโกะ อาหารหมักพื้นบ้านในญี่ปุ่น พบได้ที่สะพานปลาในวาคาซะและมิฮามะ

“เฮชิโกะ 2 ชิ้นบนจาน”
เฮชิโกะ อาหารพื้นบ้านยุคโบราณแห่งชายฝั่งจังหวัดฟุคุอิ เป็นอาหารหมักที่มีลักษณะเฉพาะตัว มีรสชาติที่ได้รับความนิยมจนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 อาหารพื้นบ้านในญี่ปุ่น” เมื่อปี 2007 อาหารพื้นบ้านนี้เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาและทักษะของชาวประมงท้องถิ่น ปัจจุบันได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักทั่วทั้งญี่ปุ่นมากขึ้น คำว่า “เฮชิโกะ” มาจากวิธีการทำของชาวประมงที่นำเนื้อปลาอัด (เฮชิโคมุ) ในถังไม้และน้ำ "ฮิชิโอะ" ที่ได้จากการหมักเกลือ

ขั้นตอนและกรรมวิธีดั้งเดิมสำหรับการทำเฮชิโกะที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

เฮชิโกะเป็นอาหารที่มีมาแต่ยุคเอโดะ จังหวัดฟุคุอิเคยนำอาหารชนิดนี้ถวายแด่ราชสำนักจนได้รับฉายาว่า “มิเค็ตสึคุนิ (จังหวัดแห่งพระกระยาหาร)”
สำหรับขั้นตอนการทำนั้น จะนำปลาสด ๆ มาผ่าเอาเครื่องในออก จากนั้นนำไปหมักด้วยเกลือและรำข้าวในถังไม้หรือโอ่งดินเผา แล้วหมักทิ้งไว้หลาย ๆ เดือน
ขั้นตอนทั้งหมดนี้จะทำให้เฮชิโกะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมด้วยกลิ่นหอมจากการหมัก ซึ่งกลิ่นดังกล่าวอาจเป็นกลิ่นแรงสำหรับผู้ที่ลองเป็นครั้งแรก แต่เป็นที่ติดใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ

วิธีรับประทานเฮชิโกะ

“เฮชิโกะหั่นชิ้น”
การรับประทานเฮชิโกะนั้นสามารถหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วรับประทานได้ทันที หรือจะนำไปย่างไฟอ่อน ๆ เพื่อให้พอมีกลิ่นออกมาแล้วรับประทานก็ได้ รับประทานเป็นโอชาสึเกะยิ่งดี เข้ากันได้ดีกับเหล้าญี่ปุ่น โดยเฉพาะเหล้าในฟุคุอิ ปัจจุบันมีการนำเฮชิโกะไปประกอบเมนูอาหารใหม่ ๆ มากขึ้น ทั้งอาหารญี่ปุ่น, พาสต้า, พิซซ่า, ข้าวผัด, ข้าวอบ และสลัด กลิ่นหอมและรสเค็มของเฮชิโกะจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ใหม่ ๆ ให้แก่อาหารมากขึ้น เฮชิโกะเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญที่ทำขึ้นโดยผู้คนทุกครัวเรือนในช่วงฤดูหนาวที่ไม่สามารถตกปลาได้ ปัจจุบันเมนูนี้ยังคงเป็นเมนูท้องถิ่นยอดนิยมที่หาได้ที่ร้านอาหารและร้านของฝากในจังหวัดฟุคุอิ สามารถปรุงรสด้วยน้ำตาล, โชยุ หรือพริกชิจิมิ แล้วรับประทานเป็นกับแกล้มเหล้าหรือโอชาสึเกะ


ประวัติศาสตร์ของ “ซาบะไคโด” และอาหารท้องถิ่น “แซนด์วิชปลาซาบะ”

ถนนซาบะไคโดเป็นถนนที่สร้างขึ้นเพื่อการพัฒนาวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น มีแซนด์วิชปลาซาบะที่เป็นอาหารท้องถิ่นที่สืบทอดเรื่องราวมาจนถึงปัจจุบันให้ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นในฟุคุอิพร้อมกับเสน่ห์ของประวัติศาสตร์

ประวัติและความเป็นมาของซาบะไคโด

ซาบะไคโดเป็นถนนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สายหนึ่งของญี่ปุ่น มีเส้นทางจากจังหวัดวาคาซะ (ปัจจุบันคือเขตเรนันของจังหวัดฟุคุอิ) ไปยังเกียวโตที่เป็นเมืองหลวงเก่า ลักษณะเด่นของถนนสายนี้คือ เป็นถนนที่ใช้ในการขนส่งอาหารทะเลอันอุดมสมบูรณ์จากวาคาซะไปยังเกียวโต ซึ่งรวมถึงปลาซาบะ จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “ซาบะไคโด (ถนนสายปลาซาบะ)”
“ถนนซาบะไคโด”
ซาบะไคโดเป็นถนนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สายหนึ่งของญี่ปุ่น มีเส้นทางจากจังหวัดวาคาซะ (ปัจจุบันคือเขตเรนันของจังหวัดฟุคุอิ) ไปยังเกียวโตที่เป็นเมืองหลวงเก่า ลักษณะเด่นของถนนสายนี้คือ เป็นถนนที่ใช้ในการขนส่งอาหารทะเลอันอุดมสมบูรณ์จากวาคาซะไปยังเกียวโต ซึ่งรวมถึงปลาซาบะ จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า "ซาบะไคโด (ถนนสายปลาซาบะ)"


【ประวัติและความเป็นมา】
วาคาซะเจริญรุ่งเรืองจากการเป็นที่ตั้งของท่าเรือสำหรับแวะพักในเส้นทางเรือสายคิตะมาเอะบุเนะที่มีเส้นทางจากโอซาก้าไปยังฮอกไกโด ทั้งยังรุ่งเรืองจากการขนส่งสินค้าและการเป็นแหล่งอาหารทะเล ซึ่งจะส่งข้ามภูเขาหลายลูกไปยังเกียวโต ช่วยสร้างสีสันให้แก่วัฒนธรรมอาหารในเกียวโตยุคโบราณ
จากการสร้างวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นมากมาย ทำให้ถนนสายซาบะไคโดสายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกญี่ปุ่น ทั้งยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย


【เส้นทางสายซาบะไคโด】
ถนนซาบะไคโดมีเส้นทางหลายสาย ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ "วาคาซะไคโด" ที่มีเส้นทางจากโอบามะ ข้ามแม่น้ำคุมางาวะ ผ่านคุสึกิในจังหวัดชิงะ ข้ามช่องเขาฮานาโอเระ ไปจนถึงโอฮาระในเกียวโต
เส้นทางที่มีระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตรนี้ใช้เวลาในการเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมงสำหรับวิธีในปัจจุบัน แต่สำหรับสมัยนั้นแล้ว คนขนส่งจะต้องนำอาหารทะเลใส่ในตะกร้าแล้วแบกหลังเดินไป ทำให้ต้องใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการเดินทางบนเส้นทางวิบากสายนี้


【วัฒนธรรมอาหารในเกียวโตที่ถือกำเนิดขึ้นจากถนนซาบะไคโด】
โบซูชิปลาซาบะบนจาน
ปลาซาบะที่ขนส่งจากวาคาซะไปยังเกียวโตแตกต่างจากปลาชนิดอื่น ๆ ตรงที่สามารถเก็บได้นานแม้จะเป็นวิธีการเก็บรักษาในยุคนั้น จนกลายเป็นวัตถุดิบอาหารที่ขาดไม่ได้สำหรับวัฒนธรรมอาหารในเกียวโต โดยเฉพาะซูชิปลาซาบะและซูชิปลาซาบะย่าง
ถนนซาบะไคโดสายนี้นอกจากจะสร้างเมนูอาหารมากมายในเกียวโตแล้ว ยังทำหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในวาคาซะอีกด้วย
ปลาซาบะสดใหม่จากอ่าววาคาซะนี้ได้รับความนิยมมากมายในเกียวโต วาคาซะจึงเป็นที่รู้จักกันถึงขั้นให้ฉายาว่า “มิเค็ตสึคุนิ (จังหวัดที่มีวัตถุดิบอาหารอุดมสมบูรณ์และถวายแก่ราชสำนัก)” ทั้งยังเป็นการแสดงถึงสถานะพิเศษในการเป็นพื้นที่ที่มีวัตถุดิบอาหารที่ขาดไม่ได้สำหรับวิถีอาหารของคนกรุงเกียวโตอีกด้วย


【ประวัติของซาบะไคโดเป็นสะพานเชื่อมต่อมายังวัฒนธรรมสมัยใหม่】
ถนนซาบะไคโดได้ส่งผลใหญ่หลวงต่อญี่ปุ่นใน 3 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ, วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ทั้งยังสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างเมืองสองเมืองที่ห่างไกลกัน จนนำไปสู่การพัฒนาวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น
การที่เส้นทางนี้ยังคงหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อผู้คนในอดีต พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นช่องทางที่ทดแทนมิได้ในการสะท้อนถึงชีวิตและวัฒนธรรมของบรรพบุรุษของคนญี่ปุ่น


เสน่ห์และความลับของ “แซนด์วิชปลาซาบะ” เมนูท้องถิ่นในวาคาซะ

แซนด์วิชปลาซาบะพร้อมสลัดและมันฝรั่ง
แซนด์วิชปลาซาบะเป็นแซนด์วิชที่มีปลาซาบะจากอ่าววาคาซะ และเป็นเมนูท้องถิ่นยอดนิยมที่สืบทอดเรื่องราวมาจนถึงปัจจุบัน เป็นที่คุ้นเคยจากการเป็นเมนูอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่เรียบง่ายแต่มีรสชาติที่ลึกล้ำ


【เสน่ห์ของแซนด์วิชปลาซาบะที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในวาคาซะ】
แซนด์วิชปลาซาบะเป็นเมนูท้องถิ่นใหม่ที่เป็นที่คุ้นเคยของผู้คนในเมืองโอบามะในจังหวัดฟุคุอิ และเป็นหนึ่งในเมนูอาหารจากปลาซาบะยอดนิยมเช่นเดียวกับเมนูเลื่องชื่ออื่น ๆ ในวาคาซะอย่างเช่นซูชิปลาซาบะย่างและ “เฮชิโกะ” ที่ทำจากปลาซาบะหมักรำข้าว ทั้งยังมีเสน่ห์อยู่ที่การเป็นเมนูรับประทานง่ายแต่ดูดีมีสไตล์ด้วยการผสมผสานของปลาซาบะและผักสีสันสดใส

【เสน่ห์ของแซนด์วิชปลาซาบะที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในวาคาซะ】
แซนด์วิชปลาซาบะเป็นเมนูเลื่องชื่อในประเทศตุรกี เป็นที่รู้จักจากการที่มีรสชาติท้องถิ่นที่หาซื้อได้ที่ร้านแผงลอย แต่สำหรับแซนด์วิชปลาซาบะในจังหวัดฟุคุอินั้นจะมีเอกลักษณ์ของวาคาซะจากการใช้ปลาซาบะที่เป็นวัตถุดิบจากทะเลในท้องถิ่น โดยหาซื้อได้ที่ร้านอาหารริมถนนซาบะไคโด ถือเป็นเมนูที่เป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารในจังหวัดฟุคุอิ


【แซนด์วิชปลาซาบะจาก Saba*café ที่สืบทอดเรื่องราวมาให้ได้ลิ้มลอง】
ด้านนอกของ "Saba*cafe"
แซนด์วิชปลาซาบะของ Saba*cafe ทำจากปลาซาบะย่างเนื้อหนาประกบด้วยขนมปังฝรั่งเศสโฮมเมดกรอบ ๆ กุญแจสำคัญของรสชาติคือมายองเนสสูตรพิเศษจากส้มคังนัมบะที่เป็นวัตถุดิบในวาคาซะ ไขมันและซอสที่เอ่อล้นจากปลาซาบะจะซึมเข้าไปในเนื้อขนมปัง ก่อให้เกิดรสชาติที่เข้ากันได้ดีเกินคาด มีขนาดใหญ่จุใจ และมีขนาดฮาล์ฟไซส์ด้วย สามารถซื้อกลับบ้านได้ในราคาถูก ท่านสามารถรับประทานที่คาเฟ่ที่มีบรรยากาศสบาย ๆ หรือนำไปรับประทานข้างนอกท่ามกลางธรรมชาติได้ตามที่ต้องการ

สถานที่


Web

◆ Saba*cafe - ซาบะคาเฟ่


พื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะคือแหล่งธรรมชาติและอาหารทะเล

พื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะคือแหล่งธรรมชาติและอาหารทะเล วาคาซะและมิฮามะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและอาหารทะเล จากระเบียงลอยฟ้าที่สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์ค ท่านจะได้ชมอ่าววาคาซะอันกว้างใหญ่และทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ ให้ได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์กว้างใหญ่ที่ธรรมชาติรังสรรค์
นอกจากนี้ที่พื้นที่แห่งนี้ยังมี “เฮชิโกะ” ที่เป็นอาหารพื้นบ้านที่ทำด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ, ถนน "ซาบะไคโด" ที่มีความกลมกลืนกันระหว่างประวัติศาสตร์และธรรมชาติ และ แซนด์วิชปลาซาบะ" ที่เป็นเมนูยอดนิยมเกิดใหม่ที่มีความเป็นพื้นบ้านให้ได้ลิ้มลอง
การเดินทางไปยังพื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะจะสร้างความทรงจำแสนวิเศษให้แก่ผู้มาเยือนจากการสัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงาม, วัฒนธรรมอาหารอันอุดมสมบูรณ์ และประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจอยู่ ขอให้ทุกท่านมาแวะที่นี่ให้ได้สักครั้ง