พื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะ: ประวัติศาสตร์ของอาหารพื้นบ้าน "เฮชิโกะ" และถนน "ซาบะไคโด"

พื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะ สถานที่ที่จะใช้เวลาในการเดินทางจากโตเกียวไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เส้นทางส่วนต่อขยายของรถไฟโฮคุริคุชินคังเซ็นเริ่มให้บริการในฤดูใบไม้ผลิปี 2024 ท่านจะได้ชมภาพของพื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะและอ่าววาคาซะอันกว้างใหญ่ที่สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คท่ามกลางอากาศปลอดโปร่ง
นอกจากนี้ ท่านจะได้พบกับอาหารพื้นบ้าน “เฮชิโกะ” ที่ทำด้วยวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่และถนน “ซาบะไคโด” ที่มีเสน่ห์รวมกันทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติ เป็นสถานที่ที่เมื่อได้ลองมาเยือนสักครั้งหนึ่งแล้วท่านจะจดจำไปโดยไม่รู้ลืม
สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์ค: ทิวทัศน์พานอรามาที่มีภาพของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะและอ่าววาคาซะ
สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คเป็นสถานที่ชมวิวยอดนิยมที่มีทิวทัศน์ของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะและอ่าววาคาซะ โดยเปิดตัวในรูปโฉมใหม่ ณ เดือนเมษายน 2020 มีจุดเด่นเป็นระเบียงลอยฟ้าที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์, ทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และบรรยากาศที่ปลอดโปร่งได้เวลาผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ ! การเดินทางไปยังเมาท์เทน พีค ปาร์คเพื่อชมทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ
การเหาะไปยังยอดเขานี้จะทำให้ผู้มาเยือนมีความทรงจำแสนวิเศษเป็นอย่างยิ่ง
ทะเลสาบมิคาตะทั้งห้าห้อมล้อมด้วยภูเขาทั้งสามทิศสมดังชื่อ “มิคาตะ (สามทิศ)” มีทะเลสาบห้าแห่งที่มีบรรยากาศแปรเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและสภาพอากาศ โดยมีสีน้ำเงินและสีเขียวสดใสที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับพลังของธรรมชาติ
ชมวิวแสนวิเศษที่ระเบียงลอยฟ้าที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ
สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คมีระเบียง 5 แห่งในคอนเซ็ปต์ “ระเบียงลอยฟ้าเหนือทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ” โดยแต่ละแห่งจะมีลักษณะเด่นแตกต่างกันไป(1) ระเบียงมิฮามะ (จุดชมวิวฝั่งตะวันออก)
(2) ระเบียงวาคาซะ (จุดชมวิวฝั่งตะวันตก)
“คาวาราเกะนาเกะ” หรือการโยนจานคาวาราเกะมีที่มาจากตำนานไดเท็งงุที่อาศัยอยู่บนภูเขาไบโจดาเกะแห่งนี้ ซึ่งไดเท็งงุตนนี้มีพละกำลังมหาศาลจนเป็นที่รู้จักกันดี ทั้งยังมีจิตเมตตาพร้อมรับฟังคำขอจากผู้คนที่มีเรื่องเดือดร้อน ในยามที่เท็งงุมิได้ปรากฏตัว ผู้คนในหมู่บ้านที่เชื่อว่าเท็งงุอาศัยอยู่บนที่สูงจะนำจานคาวาราเกะสำหรับเซ่นเหล้าโยนขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับอธิษฐาน ซึ่งธรรมเนียมดังกล่าวเป็นจุดกำเนิดของ "คาวาราเกะนาเกะ" ในปัจจุบัน
(3) ระเบียงโกโค (จุดชมวิวฝั่งใต้)
(4) ระเบียงจูโอ (จุดชมวิวฝั่งเหนือ)
(5) ระเบียงจายะ (จุดชมวิวฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ)
ระเบียงทั้งห้าแห่งนี้มีความสวยงามของธรรมชาติให้ได้สัมผัสด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า เหมาะสำหรับการชมวิวทิวทัศน์ภายใต้บรรยากาศอันเงียบสงบ
เที่ยวสบายแม้ในวันฝนตกด้วยร่มสีรุ้ง
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก สถานที่ที่จะทำให้คู่รักผูกพันกันมากขึ้น
【“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก”: สถานที่ท่องเที่ยวแสนโรแมนติก】
สถานที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเด่นอย่างเช่นป้ายที่มีข้อความสำหรับขอแต่งงานหรือคู่มือแนะนำจุดที่เหมาะสมสำหรับคู่รัก ซึ่งจะสร้างประสบการณ์แสนวิเศษสำหรับผู้มาเยือน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รักเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การสร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมสำหรับคู่รักที่จะขอแต่งงานหรือต้องการใช้ช่วงเวลาอันโรแมนติก
สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์ค แหล่งพักผ่อนอันล้ำค่า
สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์คเป็นสถานที่ที่มีทั้งธรรมชาติ, ความกลมกลืน และความเงียบสงบ พร้อมด้วยทิวทัศน์อันเงียบสงบของทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะให้ได้ท่านพักผ่อนจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ สถานที่อันสวยงามแห่งนี้จะทำให้ท่านได้ประสบการณ์ที่จดจำได้ไม่มีวันลืมสถานที่
เว็บไซต์
◆ สมาคมการท่องเที่ยวมิคาตะโกโค-วาคาซะ-มิฮามะเฮชิโกะ อาหารหมักพื้นบ้านในญี่ปุ่น พบได้ที่สะพานปลาในวาคาซะและมิฮามะ
ขั้นตอนและกรรมวิธีดั้งเดิมสำหรับการทำเฮชิโกะที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
เฮชิโกะเป็นอาหารที่มีมาแต่ยุคเอโดะ จังหวัดฟุคุอิเคยนำอาหารชนิดนี้ถวายแด่ราชสำนักจนได้รับฉายาว่า “มิเค็ตสึคุนิ (จังหวัดแห่งพระกระยาหาร)”สำหรับขั้นตอนการทำนั้น จะนำปลาสด ๆ มาผ่าเอาเครื่องในออก จากนั้นนำไปหมักด้วยเกลือและรำข้าวในถังไม้หรือโอ่งดินเผา แล้วหมักทิ้งไว้หลาย ๆ เดือน
ขั้นตอนทั้งหมดนี้จะทำให้เฮชิโกะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมด้วยกลิ่นหอมจากการหมัก ซึ่งกลิ่นดังกล่าวอาจเป็นกลิ่นแรงสำหรับผู้ที่ลองเป็นครั้งแรก แต่เป็นที่ติดใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ
วิธีรับประทานเฮชิโกะ
ประวัติศาสตร์ของ “ซาบะไคโด” และอาหารท้องถิ่น “แซนด์วิชปลาซาบะ”
ถนนซาบะไคโดเป็นถนนที่สร้างขึ้นเพื่อการพัฒนาวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น มีแซนด์วิชปลาซาบะที่เป็นอาหารท้องถิ่นที่สืบทอดเรื่องราวมาจนถึงปัจจุบันให้ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นในฟุคุอิพร้อมกับเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ประวัติและความเป็นมาของซาบะไคโด
ซาบะไคโดเป็นถนนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สายหนึ่งของญี่ปุ่น มีเส้นทางจากจังหวัดวาคาซะ (ปัจจุบันคือเขตเรนันของจังหวัดฟุคุอิ) ไปยังเกียวโตที่เป็นเมืองหลวงเก่า ลักษณะเด่นของถนนสายนี้คือ เป็นถนนที่ใช้ในการขนส่งอาหารทะเลอันอุดมสมบูรณ์จากวาคาซะไปยังเกียวโต ซึ่งรวมถึงปลาซาบะ จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “ซาบะไคโด (ถนนสายปลาซาบะ)”
【ประวัติและความเป็นมา】
วาคาซะเจริญรุ่งเรืองจากการเป็นที่ตั้งของท่าเรือสำหรับแวะพักในเส้นทางเรือสายคิตะมาเอะบุเนะที่มีเส้นทางจากโอซาก้าไปยังฮอกไกโด ทั้งยังรุ่งเรืองจากการขนส่งสินค้าและการเป็นแหล่งอาหารทะเล ซึ่งจะส่งข้ามภูเขาหลายลูกไปยังเกียวโต ช่วยสร้างสีสันให้แก่วัฒนธรรมอาหารในเกียวโตยุคโบราณ
จากการสร้างวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นมากมาย ทำให้ถนนสายซาบะไคโดสายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกญี่ปุ่น ทั้งยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย
【เส้นทางสายซาบะไคโด】
ถนนซาบะไคโดมีเส้นทางหลายสาย ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ "วาคาซะไคโด" ที่มีเส้นทางจากโอบามะ ข้ามแม่น้ำคุมางาวะ ผ่านคุสึกิในจังหวัดชิงะ ข้ามช่องเขาฮานาโอเระ ไปจนถึงโอฮาระในเกียวโต
เส้นทางที่มีระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตรนี้ใช้เวลาในการเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมงสำหรับวิธีในปัจจุบัน แต่สำหรับสมัยนั้นแล้ว คนขนส่งจะต้องนำอาหารทะเลใส่ในตะกร้าแล้วแบกหลังเดินไป ทำให้ต้องใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการเดินทางบนเส้นทางวิบากสายนี้
【วัฒนธรรมอาหารในเกียวโตที่ถือกำเนิดขึ้นจากถนนซาบะไคโด】
ถนนซาบะไคโดสายนี้นอกจากจะสร้างเมนูอาหารมากมายในเกียวโตแล้ว ยังทำหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในวาคาซะอีกด้วย
ปลาซาบะสดใหม่จากอ่าววาคาซะนี้ได้รับความนิยมมากมายในเกียวโต วาคาซะจึงเป็นที่รู้จักกันถึงขั้นให้ฉายาว่า “มิเค็ตสึคุนิ (จังหวัดที่มีวัตถุดิบอาหารอุดมสมบูรณ์และถวายแก่ราชสำนัก)” ทั้งยังเป็นการแสดงถึงสถานะพิเศษในการเป็นพื้นที่ที่มีวัตถุดิบอาหารที่ขาดไม่ได้สำหรับวิถีอาหารของคนกรุงเกียวโตอีกด้วย
【ประวัติของซาบะไคโดเป็นสะพานเชื่อมต่อมายังวัฒนธรรมสมัยใหม่】
ถนนซาบะไคโดได้ส่งผลใหญ่หลวงต่อญี่ปุ่นใน 3 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ, วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ทั้งยังสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างเมืองสองเมืองที่ห่างไกลกัน จนนำไปสู่การพัฒนาวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น
การที่เส้นทางนี้ยังคงหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อผู้คนในอดีต พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นช่องทางที่ทดแทนมิได้ในการสะท้อนถึงชีวิตและวัฒนธรรมของบรรพบุรุษของคนญี่ปุ่น
เสน่ห์และความลับของ “แซนด์วิชปลาซาบะ” เมนูท้องถิ่นในวาคาซะ
【เสน่ห์ของแซนด์วิชปลาซาบะที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในวาคาซะ】
แซนด์วิชปลาซาบะเป็นเมนูท้องถิ่นใหม่ที่เป็นที่คุ้นเคยของผู้คนในเมืองโอบามะในจังหวัดฟุคุอิ และเป็นหนึ่งในเมนูอาหารจากปลาซาบะยอดนิยมเช่นเดียวกับเมนูเลื่องชื่ออื่น ๆ ในวาคาซะอย่างเช่นซูชิปลาซาบะย่างและ “เฮชิโกะ” ที่ทำจากปลาซาบะหมักรำข้าว ทั้งยังมีเสน่ห์อยู่ที่การเป็นเมนูรับประทานง่ายแต่ดูดีมีสไตล์ด้วยการผสมผสานของปลาซาบะและผักสีสันสดใส
【เสน่ห์ของแซนด์วิชปลาซาบะที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในวาคาซะ】
แซนด์วิชปลาซาบะเป็นเมนูเลื่องชื่อในประเทศตุรกี เป็นที่รู้จักจากการที่มีรสชาติท้องถิ่นที่หาซื้อได้ที่ร้านแผงลอย แต่สำหรับแซนด์วิชปลาซาบะในจังหวัดฟุคุอินั้นจะมีเอกลักษณ์ของวาคาซะจากการใช้ปลาซาบะที่เป็นวัตถุดิบจากทะเลในท้องถิ่น โดยหาซื้อได้ที่ร้านอาหารริมถนนซาบะไคโด ถือเป็นเมนูที่เป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารในจังหวัดฟุคุอิ
【แซนด์วิชปลาซาบะจาก Saba*café ที่สืบทอดเรื่องราวมาให้ได้ลิ้มลอง】
สถานที่
Web
◆ Saba*cafe - ซาบะคาเฟ่พื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะคือแหล่งธรรมชาติและอาหารทะเล
พื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะคือแหล่งธรรมชาติและอาหารทะเล วาคาซะและมิฮามะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและอาหารทะเล จากระเบียงลอยฟ้าที่สวนมิคาตะโกโค เรนโบว์ไลน์ เมาน์เทน พีค ปาร์ค ท่านจะได้ชมอ่าววาคาซะอันกว้างใหญ่และทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ ให้ได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์กว้างใหญ่ที่ธรรมชาติรังสรรค์นอกจากนี้ที่พื้นที่แห่งนี้ยังมี “เฮชิโกะ” ที่เป็นอาหารพื้นบ้านที่ทำด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ, ถนน "ซาบะไคโด" ที่มีความกลมกลืนกันระหว่างประวัติศาสตร์และธรรมชาติ และ แซนด์วิชปลาซาบะ" ที่เป็นเมนูยอดนิยมเกิดใหม่ที่มีความเป็นพื้นบ้านให้ได้ลิ้มลอง
การเดินทางไปยังพื้นที่ทะเลสาบทั้งห้าแห่งมิคาตะ-วาคาซะ-มิฮามะจะสร้างความทรงจำแสนวิเศษให้แก่ผู้มาเยือนจากการสัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงาม, วัฒนธรรมอาหารอันอุดมสมบูรณ์ และประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจอยู่ ขอให้ทุกท่านมาแวะที่นี่ให้ได้สักครั้ง