วิหาร
วิหาร



ศาลเจ้า ศาลเจ้ามิชิมะ ได้ชื่อว่าเป็น "Ichinomiya แห่ง Izu"
Ichinomiya หมายถึงศาลเจ้าที่มีความสำคัญสูงสุดในพื้นที่หนึ่งๆ โดยมี Ninomiya และ Sannomiya เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญรองลงมาเป็นอันดับสองและสามตามลำดับ
ไม่ปรากฏชัดเจนว่าศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อใด แต่ใน "Nihonshoki" หรือพงศาวดารเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่เรียบเรียงขึ้นในปี ค.ศ. 720 (ปี Yoro ที่ 4) ก็มีชื่อศาลเจ้าแห่งนี้ปรากฏอยู่แล้ว ซึ่งกล่าวกันว่าจะมีประวัติความเป็นมายาวนานมากกว่านั้นอีก

วิหาร Honden ในปัจจุบันสร้างขึ้นทดแทนหลังเดิมที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในภูมิภาค Tokai เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1854 (ปี Kaei ที่ 7) โดยได้รับเงินบริจาคจากความช่วยเหลือของนักบวชนามว่า Yatabe Moriharu จนกระทั่งก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1866 (ปี Keio ที่ 2)
กล่าวกันว่านอกจาก Moriharu จะได้ขอความช่วยเหลือในการบูรณะจากรัฐบาล Bakufu แล้ว ตัวท่านเองยังได้ออกตระเวนไปตามคฤหาสน์ขุนนางในกรุง Edo รวมถึงขอรับความช่วยเหลือจากท่าน Mizuno Dewanokami ผู้ครองปราสาท Numazu, ท่าน Egawa Tarozaemon ผู้ครองแคว้น Nirayama และท่าน Okubo Kaganokami ผู้ครองปราสาท Odawara อีกด้วย
หมู่วิหารของศาลเจ้าแห่งนี้ประกอบด้วยวิหาร Honden ซึ่งเป็นอาคารสไตล์ Sokeyaki Shiraki-zukuri แบบ Nagare-zukuri, วิหาร Haiden และวิหาร Heiden ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้หลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น

・"Haiden" หมายถึงอาคารที่ใช้ในการสักการะเทพเจ้าของศาลเจ้า

・"Heiden" หมายถึงอาคารสำหรับให้ผู้มาสักการะศาลเจ้าได้ถวายเครื่องสักการะ โดยจะสร้างไว้ระหว่างวิหาร Honden กับ Haiden

・"Nagare-zukuri" หมายถึงรูปแบบของวิหาร Honden ที่พบได้มากที่สุดทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมีหลังคาของประตูทางเข้าหลักยื่นยาวไปทางด้านหน้า ซึ่งเมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นว่าบริเวณด้านหน้ากับด้านหลังไม่สมมาตรกัน

・"Shiraki-zukuri" หมายถึงการก่อสร้างอาคารด้วยไม้โดยไม่มีการทาสีเปลือกไม้

Goten ซึ่งเป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียกวิหาร Honden, Heiden และ Haiden รวมกันนั้น มีลักษณะเด่นตรงที่มีรูปสลักอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกล่าวกันว่ารูปสลักเหล่านี้เป็นการประชันฝีมือของนายช่างผู้เลื่องชื่อจากแคว้นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Ozawa Kido แห่งแคว้น Izu และ Goto Yoshijiro แห่งแคว้น Suruga เป็นต้น
สิ่งที่เป็นจุดเด่นได้แก่ “ภาพเทพี Amaterasu Omikami เสด็จออกจากประตู Amanoiwayado” บนกรอบหลังคา Kaerumata ของชานวิหาร Haiden (หันไปทางทิศใต้ของวิหาร Honden บริเวณด้านบนของกล่องรับบริจาค)

・"Kaerumata" หมายถึงส่วนที่ทำเป็นรูปภูเขาที่ติดไว้ระหว่างไม้คาน (Keta) บริเวณเหนือคานหัวเสา (Karashi-nuki หรือ Hari) ซึ่งแต่เดิมมีไว้เพื่อค้ำโครงสร้างที่ซ้อนกันด้านบน ต่อมาจึงมีการแกะสลักลวดลายหลากหลายรูปแบบเพื่อการตกแต่งเท่านั้น

・"Karashi-nuki" หมายถึงท่อนไม้ที่สอดไว้บนหัวเสาเพื่อเชื่อมส่วนบนของเสาแต่ละต้นเข้าด้วยกัน

・"Hari" หมายถึงท่อนไม้ที่ทอดระหว่างเสาแต่ละต้นโดยทำมุมฉากกับส่วนที่เรียกว่า Mune ซึ่งเป็นตัวแบ่งโครงสร้างออกจากพื้นผิวหลังคาเพื่อค้ำส่วนดังกล่าวที่วางซ้อนกัน

・"Keta" หมายถึงชิ้นส่วนแนวนอนที่วางทอดไว้เหนือเสาหรือเสาสะพานเพื่อค้ำโครงสร้างที่อยู่ด้านบน

・"ภาพเทพี Amaterasu Omikami เสด็จออกจากประตู Amanoiwayado" หมายถึงภาพของ Amaterasu Omikami เทพีสุริยะที่เสด็จออกจากประตู Amanoiwayado หลังจากที่ทั่วโลกต้องประสบภัยพิบัติอันมืดมิดจากการซ่อนพระวรกายของพระองค์ จนกระทั่งโลกกลับมาสว่างสดใสดังเดิม โดยเป็นเรื่องราวจากตำนานเทพเจ้าในบันทึก Kojiki

สำหรับด้านหลังรูปสลักนี้เป็นภาพที่เรียกว่า "Takasago no Zu" หรือภาพแกะสลักชายชราและหญิงชรากำลังถือไม้กวาดและคราด โดยเบื้องหน้าสื่อถึงความสงบสุขของประเทศชาติ และเบื้องหลังสื่อถึงความสงบสุขของชีวิต
และตัว Kaerumata ยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่บริเวณตรงกลาง ด้านขวาและด้านซ้าย ซึ่งทุกด้านมีการแกะสลักภาพต่างๆ ด้วยเช่นกัน
วิหาร Honden, Heiden และ Haiden ของศาลเจ้า ศาลเจ้ามิชิมะ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นตัวแทนของยุค Edo และได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 (ปี Heisei ที่ 12)