การแข่งขันดารุมะซังงะโครอนดะชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น

การแข่งขันชิงชนะเลิศระดับประเทศที่ดัดแปลงจากการละเล่นโบราณ “ดารุมะซังงะโครอนตะ” นี้จัดขึ้นที่โอจิมาจิในจังหวัดนาระทุกเดือนพฤศจิกายน
สาเหตุที่จัดการแข่งขันที่โอจิมาจินั้น มีที่มาจากวัดดารุมาจิในโอจิมาจิ ซึ่งมีตำนาน "ชายอดโซแห่งคาตาโอกะ" ที่เป็นการพบกันระหว่างเจ้าชายโชโทคุกับพระโพธิธรรม (ดารุมะ) ในรัชสมัยของจักรพรรดินีซุยโกะปีที่ 21 (ค.ศ. 613) ในยุคอาสึกะ


ตำนานชายอดโซแห่งคาตาโอกะ

ที่โอจิในจังหวัดนาระแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับตำนาน “ชายอดโซแห่งคาตาโอกะ” ที่เล่าถึงการพบกันครั้งแรกระหว่างเจ้าชายโชโทคุกับพระโพธิธรรม

ตำนานนี้เกิดขึ้น ณ ปีค.ศ. 613 เมื่อเจ้าชายโชโทคุ (*1) เสด็จพระราชดำเนินเยือนภูเขาคาตาโอกะ พระองค์ทรงพบเห็นชายอดโซที่ล้มป่วยข้างทาง จึงทรงเข้าไปตรัสถามชื่อ แต่ชายผู้นั้นไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทูลตอบ
เจ้าชายทรงรู้สึกสงสารจึงพระราชทานพระกระยาหารและพระสุธารส (เครื่องดื่ม) แก่ชายผู้นี้ ทั้งยังทรงนำฉลองพระองค์ (เสื้อ) สีม่วงที่เป็นสำหรับคนชั้นสูงห่มตัวให้พร้อมกับตรัสปลอบโยนว่าให้พักผ่อนให้สบาย

แต่ทว่าในวันต่อมา ชายอดโซก็ได้สิ้นใจลง เจ้าชายโชโทคุทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงทำหลุมศพให้แก่ชายผู้นั้น
หลายวันต่อมา เจ้าชายโชโทคุยังคงทรงระลึกถึงชายอดโซผู้นั้นอยู่มิวาย โดยทรงระลึกได้ว่าชายผู้นั้นแม้จะแต่งตัวซอมซ่อ แต่มีกลิ่นที่หอมฟุ้ง ทั้งมีแววตาเปล่งประกายของผู้ปฏิบัติธรรม จึงทรงดำริว่า “ชายที่ริมถนนเมื่อวันก่อนคงหาใช่คนธรรมดาไม่ ชะรอยว่าจะเป็นผู้วิเศษแน่แท้” และรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปที่หลุมศพของชายผู้นั้น

เมื่อข้าราชบริพารไปถึงที่นั่น ก็พบว่าหลุมศพยังคงสภาพเดิม แต่ศพที่อยู่ในหลุมนั้นกลับหายไป ทั้งยังพบฉลองพระองค์ของเจ้าชายที่พระราชทานให้แก่ชายอดโซวางอยู่บนโลงศพ โดยมีการพับเก็บอย่างเรียบร้อย
เจ้าชายโชโทคุทรงทราบเรื่องนี้จึงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปที่หลุมศพนั้นอีกครั้งเพื่อนำฉลองพระองค์นั้นกลับมาและทรงนำมาสวมใส่ตามปกติโดยมิทรงรังเกียจว่าเป็นฉลองพระองค์ที่ห่มศพชายอดโซผู้นั้นมาก่อน
ผู้คนที่ได้ยินเรื่องดังกล่าวในเวลานั้นต่างรู้สึกทึ่งและเคารพนับถือเจ้าชายมากขึ้น โดยกล่าวชื่นชมว่า "ผู้วิเศษย่อมมองเห็นผู้วิเศษด้วยกันเอง"

เวลาต่อมา ผู้คนจึงพากันเชื่อว่าชายอดโซที่คาตาโอกะนั้นเป็นพระโพธิธรรม (*2) ที่เป็นผู้ก่อตั้งพุทธศาสนานิกายเซนจำแลงกายมา ที่ใต้พระอุโบสถของวัดดารุมาจิมีสุสานที่เชื่อกันว่าเป็นของพระภิกษุท่านนี้ โดยยังคงมีให้เห็นมาจนถึงปัจจุบัน

วัดดารุมาจิในโอจิมาจิเป็นสถานที่ที่พระโพธิธรรมล้มที่ข้างถนน และเป็นสถานที่ที่ “ดารุมะล้มลง (ดารุมะซังงะโครอนตะ)” แห่งแรกในญี่ปุ่น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันดารุมะซังงะโครอนดะชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้คนมากมายจะได้ทำความรู้จักกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของวัดดารุมาจิในโอจิมาจิแห่งนี้

เจ้าชายโชโทคุและพระโพธิธรรม (Wikipedia)

*1 เจ้าชายโชโทคุคือใคร

เจ้าชายโชโทคุเป็นนักการเมืองที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นช่วงปลายศตวรรษที่ 6 ถึงต้นศตวรรษที่ 7 ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในแผ่นดินของจักรพรรดินีซุยโกะที่เป็นจักรพรรดิหญิงองค์แรกของญี่ปุ่น ผลงานที่โดดเด่นของพระองค์ได้แก่ “รัฐธรรมนูญสิบเจ็ดมาตรา” อันเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของญี่ปุ่น และ "ระบบยศผ้าโพกหัวสิบสองชั้น" สำหรับกำหนดชนชั้นในสังคม

เจ้าชายโชโทคุทรงอุทิศพระองค์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยการสร้างวัดหลายแห่ง โดยเฉพาะวัดโฮริวจิ ซึ่งเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแม้จะมีการบูรณะใหม่หลังจากที่ถูกไฟไหม้วอดวายหลายครั้ง และเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีศิลปะและจิตวิญญาณของญี่ปุ่นให้ได้สัมผัสมาจนถึงปัจจุบัน
พระองค์ยังทรงเป็นเจ้าของปรัชญาความยุติธรรมและความสามัคคีที่ยังคงสืบทอดกันในสังคมญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นบุคคลที่เคารพนับถือมากมายมาทุกยุคทุกสมัย

*2 พระโพธิธรรมคือใคร

พระโพธิธรรมเป็นพระภิกษุจากอินเดีย มีบทบาทในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 5-6 เป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศจีนและเป็นผู้ก่อตั้งนิกายเซน โดยให้ความสำคัญต่อการนั่งสมาธิพิจารณาตนเองด้วยใจอันสงบ
การนั่งสมาธินี้เป็นการทำสมาธิเพื่อทำให้จิตใจสงบ มีผู้ปฏิบัติมากมายมาจนถึงปัจจุบัน ตุ๊กตา “ดารุมะ” ก็ถือกำเนิดจากพระโพธิธรรม โดยเป็นตุ๊กตาสวมเสื้อสีแดงที่ล้มลงกี่ครั้งก็จะลุกขึ้นมาได้ทุกครั้ง จึงเป็นสัญลักษณ์ของการสู้ชีวิตและของมงคลสำหรับคนญี่ปุ่น



กติกาการแข่งขัน

  • ผู้เข้าแข่งขันจะแบ่งออกเป็นทีม 1 และทีม 2 ทีมละ 5 คน โดยจะแข่งขันกันบนสนาม ทุกคนสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้โดยไม่จำกัดเพศและอายุ

  • สนามแข่งจะมีความกว้าง 10 เมตรและความยาว 15 เมตร (เส้นชัยมีความกว้าง 2 เมตร) มีเวลาในการแข่งขัน 2 นาที

  • ผู้เข้าแข่งขัน 2 ทีม 10 คนยืนบนจุดสตาร์ทรอสัญญาณให้ออกวิ่ง "ก้าวแรก"

  • ผู้เข้าแข่งขันจะต้องวิ่งไปที่เส้นชัยในขณะที่ยักษ์ร้องว่า “ดารุมะซังงะโครอนตะ” เมื่อยักษ์ร้องจบ ผู้เข้าแข่งขันคนใดที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งขยับไม่ว่าจะเป็นศีรษะ, มือ หรือเท้า จะต้องออกจากการแข่งขัน
  • ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าเส้นชัยภายในเวลาที่กำหนดจะได้รับ 20 คะแนน ทีมใดมีคะแนนของ 5 คนรวมกันมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ หากเสมอกัน จะมีการแข่งขันช่วงต่อเวลาที่ชื่อว่า "เซเว่นทรัย"

  • การแข่งขันช่วงต่อเวลานี้จะแข่งขันกันบนสนามยาว 7 เมตรโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ทีมใดที่มีผู้เข้าแข่งขันวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกจะเป็นผู้ชนะและการแข่งขันจะยุติลง (ไม่มีการเก็บคะแนนเพิ่ม)

  • ผู้เข้าแข่งขันคนใดที่เท้าออกนอกสนามจะต้องกลับไปที่จุดสตาร์ทและเริ่มต้นออกวิ่งใหม่

  • ผู้เข้าแข่งขันคนใดจงใจขัดขวางการวิ่งของคู่แข่งจะถือว่าทำฟาวล์และจะต้องออกจากการแข่งขัน

  • บุคคลที่จะเป็นยักษ์นั้นรับบทโดยบุคคลของทีมผู้จัดงาน รวมถึงผู้ช่วยกรรมการ 2 คนที่จะช่วยยักษ์ในการตัดสินการแข่งขัน



บรรยากาศการแข่งขัน










กลับสู่หน้าเว็บ ตำบลโอจิ